jump to navigation

การตัดวัสดุ: โลหะนอกกลุ่มเหล็ก (2) July 21, 2010

Posted by viboon in : Manufacturing technologies , add a comment

Magnesium

Magnesium alloys ค่อนข้างตัดเฉือนได้ง่ายและใช้พลังงานในการตัดที่น้อย โดยปกติสามารถตัดด้วยความเร็วตัดที่สูง ใช้อัตราป้อนและความลึกในการตัดที่มากได้

กำลังงานที่ใช้ในการตัด Magnesium alloys จะอยู่ที่ประมาณ 0.15 ถึง 0.30 แรงม้าต่อลูกบาศก์นิ้วต่อนาที หรือประมาณ 6.7 ถึง 13.5 วัตต์ต่อลูกบาศก์เซนติเมตรต่อนาที ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับที่ใช้ในการตัดเหล็กหล่อหรือเหล็กกล้าต่างๆ

เครื่องมือตัดประเภท Carbide tools สามารถใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัด แม้ว่า เครื่องมือตัดประเภท high-speed steel จะนิยมใช้แพร่หลายมากกว่า มีดตัดต้องออกแบบมาเพื่อให้เศษตัดไหลตัวได้ดีโดยการขัดเตรียมผิวมีดตัดให้เรียบเพื่อลดสัมประสิทธิความเสียดทานระหว่างเศษตัดและหน้ามีด

ความเร็วในการตัดจะอยู่ที่ 1500 m/min สำหรับงานกลึงทั่วไป 900 m/min สำหรับงานกัดหยาบ และ 2700 m/min สำหรับงานกัดละเอียด

มุม back rake และ side rake ควรมีค่าอยู่ประมาณ 10 ถึง 15 องศา โดย back rake angle อาจมีค่าอยู่ในช่วง 10 ถึง 20 องศา และ side rake angle อยู่ที่ 0 ถึง 10 องศา การใช้ back rake angle น้อยๆ อาจช่วยในเรื่องการหักเศษตัด และการใช้ back rake angle ประมาณ 2 ถึง 8 องศา ยังจะช่วยในการตัดมีความต่อเนื่องมากขึ้น ลดการเกิด chatter ในระหว่างการตัด

ในการเจาะ Magnesium นั้น หากความลึกของรูเจาะมีค่าน้อยกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางรูประมาณ 5 เท่า สามารถใช้ดอกเจาะทั่วไปได้ คมตัดควรจะคมและมีหน้ามีดที่เรียบเพื่อให้ได้ผิวงานเจาะที่เรียบ ลดการเกิด burr ที่ขอบรูเจาะ ในกรณีที่ต้องการเจาะรูที่ลึกมากๆ ดอกเจาะต้องมี helix angle ประมาณ 40 ถึง 45 องศา และมีหน้าผิวตัดที่เรียบและกว้างเพื่อให้เศษตัดไหลตัวได้ดี ความเร็วในการเจาะอาจอยู่ในช่วง 90 ถึง 600 m/min ที่อัตราป้อนต่อรอบประมาณ 0.38 ถึง 1.27 mm

การเจียรไนสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้สารหล่อเย็นใดๆ แต่เศษผงที่เกิดขึ้นสามารถติดไฟได้ง่าย ดังนั้นการใช้น้ำฉีดลงบทผิวชิ้นงานหรือการใช้น้ำมันหล่อลื่นชนิดความหนืดต่ำก็จะช่วยป้องกันการติดไฟได้ นอกจากนี้การใช้น้ำมันหล่อลื่นชนิดความหนืดต่ำยังจะช่วยให้ได้คุณภาพผิวเจียรไนที่ดีขึ้นอีกด้วย

รูปประกอบจาก: http://www.productionmachining.com/


Tags: , ,

Related posts:

Advanced materials ในอุตสาหกรรมยานยนต์ September 12, 2009

Posted by viboon in : Manufacturing technologies , add a comment

pic2

การพัฒนาวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง น้ำหนักเบา สำหรับยานพาหนะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เครื่องบิน จักรยาน ฯลฯ เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย ประกอบกับการออกแบบที่ให้คงความแข็งแรง แต่ใช้วัสดุน้อยลง นอกจากจะปลอดภัยขึ้นแล้ว ยังใช้มีน้ำหนักเบาอีกด้วย

บทความเรื่องการใช้ advanced materials ในอุตสาหกรรมยายนต์ ตีพิมพ์ในนิตยสารของ Society of Manufacturing Engineers ฉบับ September 2009 Vol. 143 No. 3 โดย Patrick Waurzyniak เขียนไว้น่าสนใจครับ ขอสรุปมาตร่าวๆ ดังนี้

วัสดุที่ให้ความแข็งแรงต่อน้ำหนักที่สูง อย่าง aluminum และ magnesium ได้มีความพยายามที่จะนำมาใช้งานมากขึ้นในอนาคต ปัจจุบันเหล็กยังคงถูกใช้เป็นสัดส่วนกว่า 60% ของวัสดุประเภทโลหะทั้งหมดในรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการใช้ aluminum ก็ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ magnesium ซึ่งมีน้ำหนักเป็น 1/4 ของเหล็ก และ 2/3 ของ aluminum ยังได้มีความพยายามในการนำมาใช้งานให้มากขึ้น แต่เนื่องจากข้อจำกัดในการผลิตต่างๆ ของ magnesium ที่ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและพัฒนาต่อไป
(more…)


Tags: , , , , , ,

Related posts: