jump to navigation

How to TEDTalk: Lies, damned lies and statistics by Sebastian Wernicke March 5, 2011

Posted by viboon in : Uncategorized , add a comment


Tags: , ,

Related posts:

หากโลกนี้คือหมู่บ้านของคน 100 คน July 25, 2010

Posted by viboon in : Uncategorized , add a comment

ข้อมูลทางสถิติต้นฉบับมาจาก Sustainability Institute โดย Donella H. Meadows ดำรงตำแหน่ง adjunct professor ของ environmental studies แห่ง Dartmouth College

ข้อมูลตามต้นฉบับคือ “หากโลกนี้คือหมู่บ้านของคน 1000 คน”

584 คนเป็นชาวเอเชีย
123 คนเป็นแอฟริกัน
95 คนเป็นชาวยุโรป
84 คนเป็นชาวลาตินอเมริกัน
55 คนเป็นชาวรัสเซียหรืออดีตสหภาพโซเวียต
52 คนคืออเมริกัน
6 คนจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และตามเกาะต่างๆ ในแปซิฟิก

แน่นอนว่าพวกเขาคุยกันคนละภาษากัน

165 คนพูดภาษาจีนกลาง
86 คนพูดอังกฤษ
83 พูดฮินดู
64 ใช้ภาษาสเปน
58 คนพูดรัสเซีย
37 คนพูดอาราบิก

นี่เป็นเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของคนในหมู่บ้าน อีกครึ่งหนึ่งยังมีที่ใช้ภาษาอื่นๆ อีกกว่า 200 ภาษา

ในหมู่บ้านนี้ มี 300 คนเป็นคริสเตียน
175 คนเป็นมุสลิม
128 คนเป็นฮินดู
55 คนนับถือพุทธ
47 คนเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณ
และ 210 คนที่เชื่อเลือกที่จะเชื่อต่างกันไปตามแต่ละศาสนาหรือลัทธิต่างๆ

1 ใน 3 หรือ 330 คน เป็นเด็ก … ครึ่งหนี่งในจำนวนเด็กนี้ มีภูมิคุ้มกันผิดปกติ เช่นเป็น หัด หรือ โปลิโอ

60 คน มีอายุมากกว่า 65 ปี

น้อยกว่าครึ่งเล็กน้อยของผู้หญิงที่แต่งงานแล้วใช้ยาคุมกำเนิด

ในแต่ละปีจะมีเด็กเกิดใหม่ 28 คน

แต่ก็มีคนตายปีละ 10 คน โดย 3 คนตายเพราะขาดอาหาร 1 คนตายเพราะมะเร็ง และ 2 คนที่ตายขณะที่ยังเป็นทารกที่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ไม่ถึงหนึ่งปี

มี 1 คนติดเชื้อ HIV และยังไม่แสดงอาการของโรค AIDS

200 คนมีรายได้เป็น 3 ใน 4 ของทั้งหมู่บ้าน อีก 200 คนมีรายได้เพียง 2% ของรายได้รวมทั้งหมด

มี 70 คนที่มีรถขับ และบางคนอาจมีมากกว่า 1 คัน

1 ใน 3 ไม่ได้รับน้ำที่สะอาดสำหรับดื่ม

670 คนที่เป็นวัยผู้ใหญ่ อ่านหนังสือไม่ออก

หากมีพื้นที่ในหมู่บ้าน 6000 เอเคอร์

700 เอเคอร์ใช้ในการปลูกพืช
1400 เอเคอร์สำหรับเลี้ยงสัตว์
1900 เอเคอร์เป็นป่าไม้ และกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว
2000 เอเคอร์เป็นทะเลทรายและพื้นที่แห้งแล้ง และกำลังเพิ่มขึ้น

พื้นที่ 83% ถูกจัดสรรไว้ทำปุ๋ยสำหรับพื้นที่ 40% ที่ใช้ในการปลูกพืช ซึ่งมีคนรวย 270 คนเป็นเจ้าของ ปุ๋ยส่วนเกินถูกทิ้งซึ่งทำให้เกิดมลภาวะในทะเลสาบและแหล่งน้ำอื่นๆ พื้นที่อีก 60% คิดเป็นพิ้นที่ทำปุ๋ย 17% ให้ผลผลิตเพียง 28% ซึ่งพอที่จะเป็นอาหารให้คน 73% ของหมู่บ้าน และผลผลิตราว 1 ใน 3 อยู่กับคนรวย

ถ้าหมู่บ้านมี 1000 คน จะมี 5 คนเป็นทหาร 7 เป็นครู 1 คนเป็นหมอ หากหมู่บ้านนี้มีค่าใช้จ่ายประมาณ 3 ล้านเหรียญต่อปี $181,000 หมดไปกับการซื้ออาวุธ $159,000 สำหรับการศึกษา และ $132,000 สำหรับการดูแลด้านสุขภาพ

อาวุธที่มีอยู่ในหมู่บ้านจะอยู่ภายใต้การควบคุมของคนเพียง 100 คน และคนอีก 900 ดนทำได้เพียงยืนดูห่างๆ อย่างเป็นกังวลว่า 100 คนนี้คงจะเข้าใจว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ หากจะกำจัดอาวุธให้พ้นไปจากหมู่บ้าน คำถามคือว่า ที่ไหนในหมู่บ้านที่จะใช้จัดการกับสารกัมมันตภาพรังสีที่มีอยู่ในอาวุธนิวเคลียร์?

Ref: http://www.sustainer.org/dhm_archive/index.php?display_article=vn338villageed


Tags: , ,

Related posts: